บทสวด ปฏิจจสมุปบาท และ บทสวด อานาปานสติ ความยาว 3 ชั่วโมง 9 นาที


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท และ บทสวด อานาปานสติ ความยาว 3 ชั่วโมง 9 นาที


บทสวด ปฏิจจสมุปบาท MP3 24 จบ ฟังยาวได้เลย 2 ชั่วโมง 49 นาที


พุทธวจนคืออะไร

วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ถ้าจิตถูก กรรมฐานอะไรก็ถูกหมด :: หลวงพ่อปราโมทย์ ๓๑ มี.ค. ๒๕๖๑ (ไฟล์ 610331A ซีดี ๗๕)

ที่มา Dhammadotcom



หลวงพ่อพูดแต่ว่า อารมณ์อะไรก็ได้ๆ แต่ทำไมทำไม่ได้สักที เพราะใจไม่ถูก ต้องวางใจให้ถูก คำว่าวางใจ ไม่ได้เอาใจไปวางไว้ตรงไหน บางคนบอกว่าเอาใจวางไว้ที่ท้อง ที่ท้องน้อย เอาไว้ที่สะดือ เอาไว้ที่หน้าอก เอาไว้ที่ปลายจมูก บอกเอาใจวางตรงนั้นตรงนี้ อันนั้นคือการเพ่ง ไม่มีอะไร วางก็ได้ สำหรับบางคนที่ฟุ้งซ่านมาก คล้ายๆ สัตว์ร้าย จิตเราเหมือนสัตว์ร้าย ดิ้นมาก มีเชือกมัดอยู่หลายเส้น มีสติกำกับเป็นจุดๆ ตลอดแนวที่หายใจ เพราะมันซนมาก แต่คำว่าเอาจิตไปวาง ไม่ได้วางในจุดใดจุดหนึ่ง วางจิตให้ถูก หมายถึงว่า รู้จักวางใจในการปฏิบัติ คือใจจะต้องไม่โลภ ใจจะต้องไม่โกรธ ใจต้องไม่หลง เป็นใจที่รู้เนื้อรู้ตัวสบายๆ ใจที่มีความสุข มีความสงบสบาย พอใจมีความสุข อย่างเราหายใจไปด้วยใจที่มีความสุข จะกระทบลมกี่ฐาน ๖ ฐาน ๗ ฐาน หรือไม่มีสักฐานก็ไม่เป็นไร รู้ร่างกายที่หายใจทั้งตัว อย่างนี้ก็ฐานเดียว คือรู้กายทั้งกาย อย่างนี้ก็ใช้ได้ จุดสำคัญ คือ ใจที่ไปรู้การหายใจนั้นต้องถูก คือ ใจนั้นมีความสุข ไม่มีโลภ คืออยากจะสงบ ไม่มีโกรธ คือหงุดหงิดว่าไม่สงบสักที ไม่มีหลง คือลืมการหายใจ หนีไปหลงอยู่ในโลกของความคิด -- พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๑ ไฟล์ 610331A ซีดีแผ่นที่ ๗๕ ติดตามข่าวสาร อ่านพระธรรมคำสอน และดาวน์โหลดไฟล์เสียง­ (mp3) ­พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ และฆราวาสผู้ช่วยสอนได้ที่เว็บไซต์ทางการ www.dhamma.com



สนทนาธรรมวันศุกร์ที่_2018-05-04

ที่มา nirdukkha



ติดตามการเผยแผ่พุทธวจน ได้ที่ http://watnapp.com http://faq.watnapp.com http://media.watnapahpong.org http://www.buddhakos.org https://www.facebook.com/Buddhawajana.th https://www.facebook.com/Buddhawajana... https://www.facebook.com/Buddhawajana...



วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ความคิดปิดบังความจริง :: หลวงพ่อปราโมทย์ ๒๕ มี.ค. ๒๕๖๑ (ไฟล์ 610325B ซีดี ๗๕)

ที่มา Dhammadotcom



(๑) เรียนธรรมะต้องอดทนจริงๆ ขยันรู้ ขยันดู ขยันสังเกต ไม่ใช่ขยันคิด ขยันถาม ขยันคิด ขยันถาม จะไม่มีวันเข้าใจธรรมะเลย เพราะความคิดทั้งหลายนี้เอง ที่ขวางกั้นการเห็นสภาวธรรมไว้ ยิ่งคิดมากเท่าไร ยิ่งไม่เห็นรูปนาม ความคิดปิดบังความจริงทั้งหมด เพราะฉะนั้นอย่าไปหลง พอคิดมากก็สงสัยมาก สงสัยมากก็ถามมาก ถามมากก็เอาไปคิดต่อ คิดต่ออีกกยิ่งสงสัยอีก ไม่มีวันจบสิ้นเป็นวงจรอุบาทว์ ความสงสัยของเรา คือวงจรอุบาทว์ (๒) ช่วงที่ไม่ได้เจอครูบาอาจารย์ ถ้าความสงสัยเกิดขึ้น หลวงพ่อทำยังไง หลวงพ่อรู้ว่าสงสัย เราก็จะเห็นว่า ความสงสัยเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป เช่นเดียวกับองค์ธรรมอื่นๆ นั่นเอง ฉะนั้น ความสงสัยไม่มีนัยยะอะไรกับหลวงพ่อเลย ความสงสัยเกิดขึ้น ไม่ต้องหาคำตอบ ความสงสัยเกิดขึ้น รู้ว่าจิตสงสัย และเห็นว่าความสงสัยเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป ห้ามไม่ได้ บังคับไม่ได้ นี่คือการปฏิบัติ นักปฏิบัติต้องสู้แบบนี้ ไม่ใช่ถามอุตลุด เจอก็ถามๆ บางคนเจอทุกครั้ง ต้องถามทุกครั้ง แล้วพวกนี้ไม่เคยเจริญสักคนเดียว -- พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์​ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม วันที่ ๒๕​ มีนาคม ๒๕๖๑ ไฟล์ 610325B ซีดีแผ่นที่ ๗๕ ติดตามข่าวสาร อ่านพระธรรมคำสอน และดาวน์โหลดไฟล์เสียง­ (mp3) ­พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ และฆราวาสผู้ช่วยสอนได้ที่เว็บไซต์ทางการ www.dhamma.com



ใจเราเองที่ให้ค่า :: หลวงพ่อปราโมทย์ ๒๕ มี.ค. ๒๕๖๑ (ไฟล์ 610325A ซีดี ๗๕)

ที่มา Dhammadotcom



วันเวลาไม่ได้มีผลอะไร ความคิดของเราให้ค่าแต่ละวันไม่เหมือนกันเอง อย่างเราตื่นมาแล้ว จำวันผิด เราตื่นมาวันจันทร์ นึกว่าวันนี้วันศุกร์แล้ว สบายใจ พอนึกได้อีกทีว่าวันนี้วันจันทร์ คราวนี้ตาเหลือกเลย ตะลีตะลานตาเหลือก อยู่ที่ใจเราไม่เท่ากัน ใจเราให้ค่าไม่เท่ากัน วันแต่ละวันมันก็เหมือนๆ กัน ใจเราต่างหากที่แตกต่าง เวลาเราหัดภาวนาใหม่ๆ เราก็ดู แต่ละวันใจเราไม่เหมือนกัน พอเราภาวนามากขึ้นๆ เราจะพบว่า วันเดียวกัน เช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ ดึก ก็ไม่เหมือนกัน เคยรู้สึกไหม ใครรู้สึกได้ วันเดียวกัน ความรู้สึกเราเปลี่ยนเป็นระยะๆ ช่วงเช้า ความรู้สึกอย่างหนึ่ง สายๆ ความรู้สึกอย่างหนึ่ง กลางวัน บ่าย เย็น ค่ำ ดึก ความรู้สึกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ บางทีเราก็โทษบรรยากาศ โทษโน่น โทษนี่ ที่จริงความคิดเราทั้งนั้น ให้ค่าที่แตกต่างกันออกมา ทีนี้ เราหัดภาวนาแค่นี้ยังไม่พอ หยาบเกินไป ดูเป็นวันๆ นี่ หยาบมาก ดูแต่ละวันเป็นช่วงเวลา ก็ยังหยาบอยู่ ถ้าดูละเอียด คือดูเป็นขณะๆ ไป เราจะเห็น ว่าใจเราไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะเช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ ดึกหรอก ใจเราเปลี่ยนทุกๆ ขณะ ขณะที่มองเห็น ใจเราก็เปลี่ยน ขณะที่หูได้ยินเสียง ใจเราก็เปลี่ยน ขณะที่จมูกได้กลิ่น ลิ้นกระทบรส กายกระทบสัมผัส ใจคิดนึก ความรู้สึกก็เปลี่ยน ฉะนั้น มีผัสสะ มีการกระทบอารมณ์ ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจเกิดขึ้น จิตใจทำงานไป ความรู้สึกมันก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เวลาที่เราปฏิบัติภาวนา ถ้าเราจะดูจิตดูใจตัวเอง เราก็ดูความเปลี่ยนแปลงของจิตใจ ที่ตามหลังการกระทบอารมณ์มา -- พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๑ ไฟล์ 610325A ซีดีแผ่นที่ ๗๕ ติดตามข่าวสาร อ่านพระธรรมคำสอน และดาวน์โหลดไฟล์เสียง­ (mp3) ­พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ และฆราวาสผู้ช่วยสอนได้ที่เว็บไซต์ทางการ www.dhamma.com



วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ปัญหาใหญ่ของนักปฏิบัติ :: หลวงพ่อปราโมทย์ ๒๔ มี.ค. ๒๕๖๑ (ไฟล์ 610324B ซีดี ๗๕)

ที่มา Dhammadotcom



ปัญหาใหญ่ของนักปฏิบัติ คือ ไม่มีสมาธิ หรือมีสมาธิ ก็เป็นมิจฉาสมาธิ หลวงพ่อสอนคนที่ไปเรียนกับหลวงพ่อรุ่นแรกๆ พวกติดมิจฉาสมาธิ มาถามหลวงพ่อว่าจะแก้ยังไง หลวงพ่อบอกว่า "ไม่ต้องแก้หรอก เลิกไปเลย" ทำผิดแล้วไปทำมันทำไม ทำผิดแล้วก็เลิกไปก่อน เดี๋ยวค่อยๆ ปรับใหม่ ปรับสมาธิใหม่ ฝึกให้ไม่เผลอ ฝึกให้ไม่เพ่งก่อน เผลอไปให้รู้ เพ่งอยู่ให้รู้ คอยรู้ทันตัวเองไป ในที่สุด จิตไม่เผลอ จิตไม่เพ่ง คราวนี้ฝึกสมาธิ พอไม่เผลอ พอไม่เพ่ง รู้สึกตัวเป็น ความสุขก็ผุดขึ้นมาแล้ว สมาธิเกิดเองเลย ผุดขึ้นมาๆ บางคนอินทรีย์แก่กล้าแล้ว ทำแค่นี้เขาไปต่อได้ เดินปัญญาต่อได้ บางคนกำลังไม่พอ รู้สึกตัวอยู่เฉยๆ ไม่พอ ก็ต้องช่วยมัน นึกถึงที่หลวงตาท่านสอน "อะไรๆ สู้พุทโธไม่ได้" -- พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๑ ไฟล์ 610324B ซีดีแผ่นที่ ๗๕ ติดตามข่าวสาร อ่านพระธรรมคำสอน และดาวน์โหลดไฟล์เสียง­ (mp3) ­พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ และฆราวาสผู้ช่วยสอนได้ที่เว็บไซต์ทางการ www.dhamma.com