ตอนภาวนา เราก็รู้สึกมีงานต้องทำตั้ง ๔ เรื่อง รู้ทุกข์ ละสมุทัย แจ้งนิโรธ เจริญมรรค ตอนลงมือปฏิบัติจริงๆ รู้ทุกข์เข้าไปเถอะ รู้ทุกข์เข้าไปให้แจ้ง รู้ลงไปที่จิต ครูบาอาจารย์บางองค์ ท่านเห็นว่าจิตไม่เที่ยง ท่านก็ปล่อยวางจิต บางองค์ท่านเห็นว่าจิตเป็นทุกข์ ท่านก็ปล่อยวางจิต บางองค์ท่านเห็นจิตเป็นอนัตตา ท่านก็ปล่อยวางจิต ถ้าเห็นความไม่เที่ยง แล้วปล่อยวาง เรียกว่าหลุดพ้นโดยอนิมิตวิโมกข์ ไม่มีนิมิต เพราะเกิดแล้วดับ ไม่มีนิมิต ถ้าบรรลุด้วยการเห็นทุกข์ เรียกว่า อัปปณิหิตวิโมกข์ ถ้าบรรลุด้วยการเห็นอนัตตา เรียกว่า สุญญตวิโมกข์ เพราะฉะนั้น ตอนที่บรรลุพระอรหันต์มี ๓ ลักษณะ บรรลุแล้วลงไปที่เดียวกัน คือ ทำลายตัวผู้รู้ลงไป เพราะฉะนั้น หน้าที่เราคือ เรียนรู้ทุกข์ให้มาก อะไรเป็นทุกข์ ขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ รู้สึกลงไป คอยรู้สึกอยู่ในร่างกาย คอยรู้สึกอยู่ในจิตใจของเรา ขันธ์ ๕ อยู่ในกายในใจของเรานี้เอง -- พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๑ ไฟล์ 610401A ซีดีแผ่นที่ ๗๕ ติดตามข่าวสาร อ่านพระธรรมคำสอน และดาวน์โหลดไฟล์เสียง (mp3) พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ และฆราวาสผู้ช่วยสอนได้ที่เว็บไซต์ทางการ www.dhamma.com

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น